ราคาทองคำ เปิดตลาดเพิ่ม 50 บาท รูปพรรณขาย 19,850 บาท

สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองคำ ประจำวันที่ 10 สิงหาคม 2556 โดยเปิดตลาดราคาทองคำ เพิ่มขึ้น 50 บาท ดังนี้

ทองคำแท่ง
รับซื้อ 19,350.00 บาท ขายออก 19,450.00 บาท
ทองรูปพรรณ
รับซื้อ 19,071.28 บาท ขายออก 19,850.00 บาท

ที่มา  แนวหน้าออนไลน์

สรุปราคาซื้อขายทองคำและ Gold Futures ภายในประเทศ ณ วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556 เวลา 09.00 น.

ราคาทองคำเปิดตลาดที่ระดับ 1,322 เหรียญ/ออนซ์ และกลับมาปิดช่วงกลางคืนที่ระดับ 1,314 (22.30 น.) เหรียญ/ออนซ์ ค่าเงินบาทปิด 31.31 บาท/ดอลลาร์ ราคาสมาคมเปิดที่ 19,550 บาท กับ 19,650 บาท และกลับมาปิดที่ 19,550 บาท กับ 19,650 บาท ปริมาณการซื้อขาย Gold Futures 50 บาทอยู่ที่ 1,895 คู่สัญญา แบบ 10 บาท อยู่ที่ 6,172 คู่สัญญา Open Interest แบบ 50 บาท ลดลง 0.6% แบบ 10 บาท เพิ่มขึ้น 5% GFQ13 ปิด 19,620 บาท และ GFV13 ปิด 19,680 บาท GF10Q13 ปิด 19,620 บาท GF10V13 ปิด 19,700 บาท

สัญญา Comex ปิดลดลง 1.8 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 1,311.2 ดอลลาร์/ออนซ์ Silver ปิดลดลง 0.4 เซ็นต์ ปิดที่ระดับ 19.62 ดอลลาร์/ออนซ์ SPDR ถือครองทองคำ 921.05 ตัน (ขายออก 6.3 ตัน) น้ำมัน NYMEX ปิดเพิ่มขึ้น 2.86 ดอลลาร์/บาร์เรล ปิดที่ระดับ 107.89 ดอลลาร์/บาร์เรล ดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 128.48 จุด ปิดที่ 15,628.02 จุด ข่าวที่สำคัญ

ราคาทองคำปรับตัวลดลงเมื่อวานนี้ จากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีกว่าที่คาดทั้ง Unemployment Claims และ ISM Manufacturing PMI ที่ออกมา 55.4 สูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2011 ก่อนที่จะมีการรายงานตัวเลขภาคการจ้างงานสหรัฐ Non-farm payrolls และ Unemployment Rate ในวันนี้

หลังจากที่ SPDR ไม่ได้ทำอะไรติดต่อกัน 4 วัน ก็กลับมาขายอีกครั้ง 6.3 ตัน ปัจจุบันเหลือการถือครองทองคำ 921.05 ตัน โดยเดือนกรกฎาคม SPDR ขายออกไปทั้งสิ้น 42.15 ตัน ตลอดปีนี้ขายออกไป 429.77 ตัน

เช้านี้ราคาทองคำปรับตัวลดลงเป็นวันที่หก เข้าสู่สัปดาห์ปรับตัวลดลงมากที่สุดในรอบเดือน เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีขึ้นยิ่งเพิ่มความกังวลว่าเฟดอาจจะหยุดการกระตุ้นเศรษฐกิจ

HSBC ระบุว่า นักลงทุนจับตารอตัวเลขจ้างงานในวันนี้ หากตัวเลขออกมาดีกว่าที่คาด จะทำให้ตลาดทองคำตอบสนองในเชิงลบ เนื่องจากจะเป็นอีกเหตุผลสำหรับเฟดในการเริ่มลดขนาด QE อย่างไรก็ตาม หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าที่คาดจะทำให้ทองคำปรับตัวสูงขึ้นในเหตุผลตรงกันข้าม แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนความเคลื่อนไหวอย่างแท้จริงเนื่องจากในท้ายที่สุดเฟดก็จะสิ้นสุด QE อยู่ดี

อาร์เชอร์ ไฟแนนเชียล เซอร์วิสเซส ระบุว่า การที่ราคาทองคำสามารถยืนเหนือระดับ 1,300 เหรียญได้ถึงเป็นสัญญาณบวกสำหรับเหล่าเทรดเดอร์ ซึ่งราคากำลังสร้างฐานบริเวณนี้ และหากยืนอยู่ได้อาจกลับไปสู่จุดสูงสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่ระดับ 1,348 เหรียญ

แบร์ริค โกลด์ คอร์ป ผู้ผลิตทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก รายงานผลขาดทุนไตรมาสที่สอง 8.56 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงลดเงินปันผลและลดการคาดการณ์การใช้ต้นทุนในตลาดปีจากราคาทองคำที่ปรับตัวลดลง

ค่าพรีเมี่ยมทองคำในอินเดียยังคงอยู่เหนือระดับ 40 เหรียญ/ออนซ์เมื่อคิดเป็นราคา Spot Price ของตลาดลอนดอน เนื่องจากผู้ส่งออกหยุดการขนส่งส่งผลให้เกิดวิกฤตทางด้านการผลิต

การประชุมอีซีบีเมื่อวานนี้ยังคงอัตราดอกเบี้ยเท่าเดิมที่ 0.5% และยืนยันว่าจะรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยไว้ในระยะยาว โดยนายดรากีระบุว่า เศรษฐกิจยูโรโซนผ่านช่วงเลวร้ายที่สุดของยุคเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงเท่าที่เคยเป็นมาแล้ว

การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์จากตัวเลขภาคการผลิตที่ออกมาดี รวมไปถึงการที่หุ้นสหรัฐหลายตัวทำจุดสูงสุดใหม่ ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 ที่พุ่งแตะระดับ 1,700 จุดได้เป็นครั้งแรก และดัชนีดาวโจนส์ก็ปิดบวกเช่นกัน

เช้านี้ดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดสูงบวก 1.23% จากการอ่อนค่าของสกุลเงินเยน และตลาดหุ้นนิวยอร์กที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งเมื่อคืนนี้

ดัชนีฮั่งเส็งก็ได้รับผลบวกจากภาคการผลิตจีนและสหรัฐที่ออกมาดี ส่งผลเช้านี้เปิดตลาดในแดนบวก

ตัวเลขเศรษฐกิจเมื่อวานนี้

- Unemployment Claims ตัวเลขเดิมออกมาอยู่ที่ระดับ 343K ตัวเลขจริงออกมาลดลงอยู่ที่ระดับ 326K

-ISM Manufacturing PM ตัวเลขเดิมออกมาอยู่ที่ระดับ 50.9 ตัวเลขจริงออกมาเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 55.4

ปัจจัยที่สำคัญที่ต้องติดตามวันนี้

- Non-Farm Employment Change ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 195K คาดการณ์ว่าจะลดลงอยู่ที่ระดับ 184 K

- Unemployment Rateตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 7.6% คาดการณ์ว่าจะลดลงอยู่ที่ระดับ 7.5%

- Factory Orders m/m ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 2.1% คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 2.3%

ทิศทางราคาทองคำ —ราคาทองคำเคลื่อนตัวอยู่ในกรอบแคบตลอดการซื้อขายในช่วงตลาดเอเชีย และค่อยๆ ปรับตัวลดลงในช่วงตลาด COMEX จากข่าวที่ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ที่รายงานเมื่อวานออกมาดีขึ้น อันได้แก่ Unemployment Claims และ ISM Manufacturing PMI ทำให้มีแรงเทขายทองคำ และราคาทองคำแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 1,310 — 1,320 เหรียญในช่วงตลาด COMEX โดยปรับตัวลดลงและแกว่ง ในขณะที่ SPDR กลับมาเป็นผู้ขายอีกครั้งหนึ่งอีก 6.3 ตัน หลังจากหยุดไป 4 วัน ปัจจุบันเหลือการถือครองทองคำที่ระดับ 921.05 ตัน โดยที่ตัวเลขเศรษฐกิจในวันนี้ที่สำคัญทั้งสามตัวจะมีผลต่อราคาทองคำ โดยภาพรวมถ้าตัวเลขออกมาดีราคาทองคำอาจจะตกหลุดระดับ 1,300 เหรียญลงไปได้ และถ้าหลุดลงไปอาจลงไปทดสอบแนวรับเดิมที่ระดับ 1,280 เหรียญ และ 1,250 เหรียญตามลำดับ

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค — ราคาทองคำเริ่ม Breakout จากบริเวณแนวรับของ Sideways กรอบด้านล่างที่ระดับ 1,310 เหรียญ ซึ่งถือว่าเชิงเทคนิคน่าจะเป็นการ Breakout ในทิศทางขาลง และน่าจะมีโอกาสทะลุ 1,300 เหรียญลงมา แนวรับถัดไปจะอยู่ที่ระดับ 1,280 เหรียญ แนวต้านด้านบนอยู่ที่ระดับ 1,330 เหรียญ

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ — ปิดสถานะ Long Position

โดยภาพรวมราคาทองคำกำลังเข้าสู่แนวโน้มขาลงอีกครั้งหนึ่ง มีโอกาสที่จะปรับหลุดระดับ 1,300 เหรียญได้ เงินบาทเริ่มอ่อนค่าลงมาอีกครั้งหนึ่ง มีโอกาสที่ทดสอบ 31.5 เมื่อสองสัปดาห์ก่อน เนื่องจากข่าวการเมืองที่เริ่มมีความตึงเครียดในเรื่อง พรบ. แก้ไขต่างๆ เข้าสู่สภาในช่วงสิงหาคมนี้

นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำปิดสถานะทำ Stop Loss ออกไป
นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำให้หาจังหวะทำ Short Position เพิ่มบริเวณแนวต้าน 1,325 — 1,330 เหรียญ
Gold Futures Q13 จะมีแนวรับที่ระดับ 19,530 บาท และแนวต้านที่ระดับ 19,730 บาท
Gold Futures V13 จะมีแนวรับที่ระดับ 19,580 บาท และแนวต้านที่ระดับ 19,780 บาท

บทวิเคราะห์ข้างต้น ยึดหลักตาม Technical Analysis บริษัทไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้นและโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง

ที่มา:ไทยพีอาร์ดอทเน็ต

รายงานกนง.มองตลาดเงิน-เงินทุนเคลื่อนย้ายเสี่ยงกระทบบาท-เสถียรภาพศก.ไทย

ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ครั้งที่ 5 /2556 ในการประชุมวันที่ 9-10 ก.ค.56 ระบุว่า คณะกรรมการฯ ส่วนใหญ่มีความเห็นสอดคล้องกันว่า ภาวะตลาดการเงินและเงินทุนเคลื่อนย้ายยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความผันผวนของค่าเงินบาทตลอดจนเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินได้ จึงควรติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

ดังนั้น ที่ประชุม กนง.จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.50 ต่อปี

ที่มา:อินโฟร์เพรส

สรุปราคาซื้อขายทองคำและ Gold Futures ภายในประเทศ ณ วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 เวลา 09.00 น.

ราคาทองคำเปิดตลาดที่ระดับ 1,278 เหรียญ/ออนซ์ และกลับมาปิดช่วงกลางคืนที่ระดับ 1,284 (22.30 น.) เหรียญ/ออนซ์ ค่าเงินบาทปิด 31.05 บาท/ดอลลาร์ ราคาสมาคมเปิดที่ 18,750 บาท กับ 18,850 บาท และกลับมาปิดที่ 18,750 บาท กับ 18,850 บาท ปริมาณการซื้อขาย Gold Futures 50 บาทอยู่ที่ 1,640 คู่สัญญา แบบ 10 บาท อยู่ที่ 6,142 คู่สัญญา Open Interest แบบ 50 บาท ลดลง 1.8% แบบ 10 บาทเพิ่มขึ้น 2% GFQ13 ปิด 18,960 บาท และ GFV13 ปิด 19,0300 บาท GF10Q13 ปิด 18,960 บาท GF10V13 ปิด 19,040 บาท

สัญญา Comex ปิดเพิ่มขึ้น 6.7 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 1,284.2 ดอลลาร์/ออนซ์ Silver ปิดลดลง 3.1 เซ็นต์ ปิดที่ระดับ 19.38 ดอลลาร์/ออนซ์ SPDR ถือครองทองคำ 935.17 ตัน (ขายออก 0.9 ตัน) น้ำมัน NYMEX ปิดเพิ่มขึ้น 1.56 ดอลลาร์/บาร์เรล ปิดที่ระดับ 108.04 ดอลลาร์/บาร์เรล ดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 78.02 จุด ปิดที่ 15,548.54 จุด

ข่าวที่สำคัญ

ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเมื่อคืนนี้ แต่ตลาดไม่ค่อยตอบสนองต่อการปราศรัยรอบที่สองของนายเบอร์นันเก้เท่าไรนัก แม้เขาจะแสดงความคิดเห็นต่อทองคำก็ตาม

นายเบอร์นันเก้ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับทองคำเมื่อวานนี้ โดยกล่าวว่า ทองคำอยู่ในทิศทางขาลงในปัจจุบันเนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นว่าทองคำเสมือนประกันวินาศภัย (Disaster insurance) ซึ่งเมื่อมีอะไรจะเกิดขึ้นในทางเลวร้าย อย่างน้อยนักลงทุนก็มีทองคำบางส่วนใน portfolio ของตนเอง ประกอบกับตอนนี้ที่เศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจทั่วโลกยังไม่ย่ำแย่อย่างที่เคยเป็นเมื่อไม่กี่ปีก่อนก็กดดันราคาทองคำ และอัตราเงินเฟ้อที่อยูในระดับต่ำก็เป็นอีกปัจจัย แต่ไม่มีใครเข้าใจราคาทองคำอย่างแท้จริง รวมถึงเขาด้วย อย่างไรก็ตาม นายเบอร์นันเก้มองว่า สาเหตุหนึ่งที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงก็เพราะผู้คนกังวลน้อยลงเกี่ยวกับผลที่ตามมา โดยเฉพาะผลลบ ดังนั้นพวกเขาผู้จับตาตลาดทองคำส่วนใหญ่เห็นด้วยกับคำกล่าวของนายเบอร์นันเก้ที่ว่า ทองคำเสมือนประกันวินาศภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดทองคำเข้าใจว่า ความหายนะสามารถเกิดขึ้นได้ และหลายครั้งเกิดขึ้นโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าอย่างที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาตร์โลก

SPDR ขายออกเมื่อวานนี้ 0.9 ตันคงเหลือการถือครองทองคำที่ระดับ 935.17 ตัน

มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ประกาศเพิ่มมุมมองเครดิตสหรัฐจากเดิมติดลบเป็นมุมมองมีเสถียรภาพ และยืนยันระดับ Aaa ของสหรัฐ โดยให้เหตุผลถึงการเติบโตของเศรษฐกิจที่มั่นคงแม้จะมีการตัดลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นเหนือระดับ 108 ดอลลาร์/บาร์เรล นับเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2012 จากตัวเลขเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ

ดัชนีดาวโจนส์และ S&P 500 ทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้งเมื่อวานนี้ ปรับตัวสูงขึ้น 0.5% และ 0.6% ตามลำดับ เพราะได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และผลประกอบการที่สดใสของบริษัทเอกชน

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดบวกวันนี้ติดต่อกันเป็นวันที่หก แตะระดับสูงสุดในรอบ 8 สัปดาห์ เพราะได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินเยน และข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ

ดัชนีฮั่งเส็งเปิดตลาดลดลงเล็กน้อยวันนี้ โดยหลังจากที่ตลาดเงิน overnight cash rate ทำจุดสูงสุดส่งผลความกังวลถึงภาวะสินเชื่อตึงตัวในเดือนที่ผ่านมาอีกครั้ง

ตัวเลขเศรษฐกิจเมื่อวานนี้

- Unemployment Claims ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 358K คาดการณ์ว่าจะปรับตัวลดลงที่ระดับ 344K ตัวเลขจริงออกมาที่ระดับ 334K

- Philly Fed Manufacturing Index ตัวเลขเดิมอยู่ที่ระดับ 12.5 คาดการณ์ว่าจะปรับตัวลดลงที่ระดับ 8.5 ตัวเลขจริงออกมาที่ระดับ 19.8

ปัจจัยที่สำคัญที่ต้องติดตามวันนี้
- ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจให้ติดตาม
ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในทิศทาง Sideway แม้ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาเมื่อวานออกมาค่อนข้างดี จาก Unemployment Claims ลดน้อยลง ซึ่งมีตัวเลข Philadelphia Manufacturing Index ก็ดีขึ้นด้วย แต่จะเห็นได้ว่าราคาทองคำยังคงแข็งแกร่งอยู่บริเวณ 1,280 เหรียญได้ ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดูจะสดใส โดยการตอบกระทู้ของนายเบอร์นันเก้ที่สิ้นสุดโดยภาพรวมก็ยังไม่ได้มีความชัดเจนในทิศทางใดๆ ของ QE ซึ่งคาดว่าจะค่อยๆ ลดขนาดลงในปลายปี แรงตอบรับที่กลับเข้ามาในทองคำก็เป็นทั้งบวกและลบ โดยมีแรงซื้อหนาแน่นบริเวณ 1,275 เหรียญ

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค — โดยภาพรวมคาดว่า ราคาทองคำน่าจะเคลื่อนตัวในทิศทาง Sideway ในวันนี้ในกรอบ 1,275 — 1,300 เหรียญ มีโอกาสที่ราคาทองคำจะขึ้นไปทดสอบบริเวณ 1,295 เหรียญอีกครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นแนวต้านแรก ในเชิงเทคนิคยังมองว่าราคาทองคำมีโอกาสที่จะเป็น Sideway up กลับขึ้นมาบริเวณ 1,300 เหรียญได้ในระยะสั้นๆ โดยมีแนวรับที่ระดับ 1,275 เหรียญ

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ — เป็นลักษณะซื้อเมื่อราคาปรับตัวลดลงมาแล้วขายเมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้นไป โดยรักษาสมดุลของพอร์ตให้ดี

นักลงทุนถือ Long Position และนักลงทุนที่ถือ Short Position

เก็งกำไรในกรอบ 1,275 — 1,300 เหรียญดังกล่าว เป็นลักษณะลงซื้อขึ้นขาย รักษาสมดุลพอร์ต

Gold Futures Q13 จะมีแนวรับที่ระดับ 18,900 บาท และแนวต้านที่ระดับ 19,100 บาท
Gold Futures V13 จะมีแนวรับที่ระดับ 18,990 บาท และแนวต้านที่ระดับ 19,180 บาท

บทวิเคราะห์ข้างต้น ยึดหลักตาม Technical Analysis บริษัทไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้นและโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง

ที่มา:ไทยพีอาร์ดอทเน็ต

สรุปภาวะ Precious Metals Futures By GT Wealth Management 10 ก.ค. 56 (ภาคเช้า)

ราคาทองคำในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้น US$12.95 ต่อออนซ์ ปิดที่ระดับUS$1,248.84 ต่อออนซ์(Gold spot) ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเกือบ 1% วานนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อ(ดัชนีราคาผู้บริโภคจีน)ปรับเพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 2.7% ในเดือนมิ.ย. ลดความกังวลเศรษฐกิจจีนชะลอตัวอีกทั้งยังมีแรงซื้อหนุนหลังราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวต้านทางเทคนิค ขณะที่การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลักยังคงกดดันราคาทองคำ วันนี้ตลาดมุ่งความสนใจไปที่รายงานผลการประชุม FOMC ของเดือนมิ.ย.และแถลงการณ์ประธาน FED นายเบน เบอร์นันเก้ ด้านค่าเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเช้านี้ใกล้ระดับ 31.20 บาทต่อดอลล่าร์สหรัฐฯหลังปรับอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยเป็นการปรับแข็งค่าก่อนผลการประชุมกนง.ที่จะประกาศในช่วงบ่ายของวันนี้ กองทุน SPDR รายงานการถือครองทองคำลดลงต่อเนื่อง 7.21 ตันที่ระดับ 939.75 ตัน

ราคาทองคำโลกเช้านี้ (Gold Spot) เคลื่อนไหวใกล้ระดับ US$1,245 โกลด์ฟิวเจอร์สัญญาสิ้นสุดอายุเดือนสิงหาคม 2556 (GFQ13) ราคาเปิดเช้านี้ที่ 18,550 บาท ส่วนราคาทองคำที่ประกาศโดยสมาคมค้าทองคำวันนี้ ราคาเสนอซื้อ 18,400 บาท ราคาเสนอขาย 18,500 บาท ลดลง 50 บาท

แนวโน้มทองคำ นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ จำกัดและผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ กล่าวว่า ทิศทางค่าเงินบาทยังเป็นประเด็นสำคัญกับทิศทางราคาทองคำในประเทศ โดยช่วงที่ผ่านมามีความผันผวนอย่างมากจากเงินทุนไหลเข้าออกและทิศทางนโยบายทางการเงิน เชื่อว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายทางการเงินวันนี้ คณะกรรมการน่าจะยังคงนโยบายดอกเบี้ยที่ระดับ 2.5% และอาจจะมีการปรับประมาณการณ์เป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจลงจากการประมาณการณ์ครั้งก่อน ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางค่าเงินบาท สำหรับราคาทองคำในตลาดโลกเชื่อว่าในช่วงระยะ 1-3 เดือนราคามีโอกาสฟื้นตัวหลังจากตกติดต่อกัน 3 ไตรมาส ประเด็นความเสี่ยงยูโรโซนและความต้องการทองคำในระดับสูงในช่วงก่อนเทศกาลดิวาลีในเดือนตุลาคมน่าจะเป็นปัจจัยหนุน ด้านการชะลอมาตรการเชื่อว่าน่าจะเห็นในไตรมาส 4 ของปี

ที่มา:ไทยพีอาร์ดอทเน็ต

สรุปภาวะ Precious Metals Futures By GT Wealth Management 10 ก.ค. 56 (ภาคเช้า)

ราคาทองคำในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้น US$12.95 ต่อออนซ์ ปิดที่ระดับUS$1,248.84 ต่อออนซ์(Gold spot) ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเกือบ 1% วานนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อ(ดัชนีราคาผู้บริโภคจีน)ปรับเพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 2.7% ในเดือนมิ.ย. ลดความกังวลเศรษฐกิจจีนชะลอตัวอีกทั้งยังมีแรงซื้อหนุนหลังราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวต้านทางเทคนิค ขณะที่การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลักยังคงกดดันราคาทองคำ วันนี้ตลาดมุ่งความสนใจไปที่รายงานผลการประชุม FOMC ของเดือนมิ.ย.และแถลงการณ์ประธาน FED นายเบน เบอร์นันเก้ ด้านค่าเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเช้านี้ใกล้ระดับ 31.20 บาทต่อดอลล่าร์สหรัฐฯหลังปรับอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยเป็นการปรับแข็งค่าก่อนผลการประชุมกนง.ที่จะประกาศในช่วงบ่ายของวันนี้ กองทุน SPDR รายงานการถือครองทองคำลดลงต่อเนื่อง 7.21 ตันที่ระดับ 939.75 ตัน

ที่มา:ไทยพีอาร์ดอทเน็ต

สรุปราคาซื้อขายทองคำและ Gold Futures ภายในประเทศ ณ วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 เวลา 09.00 น.

ราคาทองคำเปิดตลาดที่ระดับ 1,249 เหรียญ/ออนซ์ และกลับมาปิดช่วงกลางคืนที่ระดับ 1,249 (22.30 น.) เหรียญ/ออนซ์ ค่าเงินบาทปิด 31.29 บาท/ดอลลาร์ ราคาสมาคมเปิดที่ 18,550 บาท กับ 18,650 บาท และกลับมาปิดที่ 18,450 บาท กับ 18,550 บาท ปริมาณการซื้อขาย Gold Futures 50 บาทอยู่ที่ 1,439 คู่สัญญา แบบ 10 บาท อยู่ที่ 4,671 คู่สัญญา Open Interest แบบ 50 บาท เพิ่มขึ้น 1.3% แบบ 10 บาทเพิ่มขึ้น 0.8% GFQ13 ปิด 18,610 บาท และ GFV13 ปิด 18,710 บาท GF10Q13 ปิด 18,620 บาท GF10V13 ปิด 18,690 บาท

สัญญา Comex ปิดเพิ่มขึ้น 11 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 1,245.9 ดอลลาร์/ออนซ์ Silver ปิดเพิ่มขึ้น 10 เซนต์ ปิดที่ระดับ 19.138 ดอลลาร์/ออนซ์ SPDR ถือครองทองคำ 939.75 ตัน (ขายออก 7.21 ตัน) น้ำมัน NYMEX ปิดเพิ่มขึ้น 39 เซนต์/บาร์เรล ปิดที่ระดับ 103.53 ดอลลาร์/บาร์เรล ดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 75.65 จุด ปิดที่ 15,300.34 จุด

ข่าวที่สำคัญ

ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นวานนี้ โดยได้รับแรงสนับสนุนส่วนหนึ่งจากการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของจีนที่ออกมาเพิ่มขึ้นที่ 2.7% จาก 2.1% รวมไปถึงการทำ short covering เพิ่มเติม และสัญญาณซื้อทางเทคนิค follow-through ที่แข็งแกร่งจากการปรับตัวสูงขึ้นในวันจันทร์

SPDR เมื่อวานขายออกอีก 7.21 ตัน เหลือการถือครองทองคำเพียง 939.75 ตัน

ปริมาณการถือครองทองคำใน Gold ETP ลดลงต่ำกว่าระดับ 2,000 ตันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2010 โดยนับตั้งแต่ต้นปีทองคำถูกขายออกจาก ETP 24% หรือ 638.2 ตัน คงเหลือทองคำที่ระดับ 1,993.76 ตัน

ต้นทุนการกู้ยืมทองคำในกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินปรับตัวสูงขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 4 ปีครึ่ง (มกราคม 2009) ที่ตลาดลอนดอนวานนี้ โดยสัญญา 1 เดือนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 0.2988% สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2008

เหตุการณ์ความไม่สงบในอียิปต์ยังดำเนินต่อไป แต่ยังไม่มีข่าวใดใหม่ๆ ออกมา โดยขณะนี้อียิปต์กำลังหาทางออกจากวิกฤตด้วยการจัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด

ไอเอ็มเอฟลดการคาดการณ์อัตราเติบโตเศรษฐกิจทั่วโลกลงในปีนี้ที่ระดับ 3.1% และปีหน้า 3.8% ลดลงปีละ 0.2% เหตุเศรษฐกิจกลุ่มตลาดเกิดใหม่ชะลอตัว อีกทั้งยังลดคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐเติบโตปีนี้ 1.7% และปีหน้า 2.7% คือคาดการณ์ลดลงปีละ 0.2% เช่นกันจากภาวะปัญหาทางการคลัง

เอสแอนด์พี ลดอันดับความน่าเชื่อถือของอิตาลีลงสู่ระดับ BBB จาก BBB+ พร้อมให้แนวโน้มเชิงลบ

รายงานยอดดุลการค้าล่าสุดจากจีนเช้านี้ออกมาน้อยกว่าที่คาดเล็กน้อย แต่เพิ่มขึ้นจากเดิม

ตลาดจับตารายงานการประชุม FOMC ประจำเดือนมิถุนายนที่จะออกมาคืนนี้เวลา 01.00 น. และการแถลงการณ์ของนายเบอร์นันเก้สองเหตุการณ์นี้เป็นจุดสนใจที่สุดของตลาดในสัปดาห์นี้

ผลการประชุมเฟดเมื่อเดือนที่ผ่านมาระบุว่า ท้ายที่สุดจะมีการสิ้นสุด QE แม้นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟดเน้นย้ำว่า การลดขนาด QE ต้องขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจก็ตาม แต่ตลาดไม่ได้มองเช่นนั้น โดยหลังจากมีการแถลงผลการประชุม ตลาดหุ้น ตลาดทองคำ ปรับตัวลดลงอย่างหนัก ซึ่งรายงานการประชุมในวันนี้อาจเพิ่มแรงสนใจในเรื่องการลดขนาด QE หรือการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งหนึ่ง

หลังการรายงานผลการประชุมเฟด นายเบอร์นันเก้จะออกแถลงการณ์ ณ เวลา 03.10 น. ในหัวข้อ “100 ปี ธนาคารกลางสหรัฐ: เป้าหมาย ขอบข่ายงาน และความรับผิดชอบ”

ตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้งดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวสูงขึ้นวานนี้ ในขณะที่สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยได้รับความคิดเชิงบวกจากนักลงทุนหลังจากที่เริ่มช่วงรายงานผลประกอบการบริษัท และได้รับแรงหนุนจากสหรัฐปรับลดคาดการณ์ยอดขาดดุลงบประมาณ

ตลาดหุ้นนิกเกอิและฮั่งเส็งเปิดบวกเช้านี้ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นจะเริ่มต้นการประชุมนโยบายระยะเวลาสองวันในวันนี้ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะไม่มีการผ่อนคลายการเงินเพิ่มเติมในอีก 6 เดือน กลับความคิดจากผลสำรวจในเดือนพฤษภาคม

ตัวเลขเศรษฐกิจเมื่อคืน
- ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ
ปัจจัยที่สำคัญที่ต้องติดตามวันนี้
- Cude Oil Inventories เดิมอยู่ที่ระดับ -10.3M คาดการณ์จะปรับตัวสู่ระดับ -2.9M
- FOMC Meeting Minutes
- Fed Chairman Bernanke Speaks
ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำยังคงเคลื่อนตัวในทิศทาง Sideways ในกรอบ 1,245 — 1,260 เหรียญ ในการซื้อขายเมื่อวานนี้ และในวันนี้ยังคาดว่าราคาคงจะเคลื่อนตัวอยู่ในกรอบ Sideways ระหว่าง 1,230 — 1,255 เหรียญใกล้เคียงกับระดับเมื่อวานนี้ โดยที่ยังคำนึงถึงข่าวที่ FOMC จะแถลงรายงานการประชุมวันนี้ และคำแถลงของนายเบอร์นันเกในภายหลัง

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ราคาทองคำเป็นการเคลื่อนตัวในลักษณะ Sideways ซึ่งยังมีแรงเทขายจาก SPDR ต่อเนื่องอีก 7.21 ตัน คงเหลือการถือครองทองคำเพียง 939.75 ตัน

กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
ยังใช้กลยุทธ์การลงทุนในลักษณะกรอบ Sideways หาจังหวะขายเมื่อราคาดีดตัวสูงขึ้น
-นักลงทุนถือ Long Position และนักลงทุนที่ถือ Short Position
สลับการถือครองไปมาเพื่อที่จะทำกำไรในกรอบ Sideways ดังกล่าว
Gold Futures Q13 จะมีแนวรับที่ระดับ 18,500 บาท และแนวต้านที่ระดับ 18,700 บาท
Gold Futures V13 จะมีแนวรับที่ระดับ 18,600 บาท และแนวต้านที่ระดับ 18,800 บาท

บทวิเคราะห์ข้างต้น ยึดหลักตาม Technical Analysis บริษัทไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้นและโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง

ที่มา:ThaiPR.net

ภาวะตลาดตราสารหนี้ไทย: วันนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 49,432 ล้านบาท

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยวันนี้ มีมูลค่าการซื้อขายรวม 49,432 ล้านบาท โดยประเภทของตราสารที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุด คือ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 36,607 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 74.0% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้  ลำดับถัดมาคือ พันธบัตรรัฐบาล มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 11,076 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 22.4% ทางด้าน หุ้นกู้เอกชน มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 1,016 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.1% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด

สำหรับ พันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่นิยมซื้อขายสูงสุดในวันนี้คือ พันธบัตรรุ่น LB155A, LB176A และ LB15DA (รุ่นอายุ 1.8 ปี, 3.9 ปี และ 2.4 ปี ตามลำดับ) โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวมกัน 7,379 ล้านบาท หรือคิดเป็น 67% ของมูลค่าการซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลทั้งหมด  ทางด้าน หุ้นกู้เอกชน รุ่นที่นิยมซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรกในวันนี้ คือ

1. หุ้นกู้มีประกันของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด  (TLT138A) มูลค่า 253.0 ล้านบาท

2. หุ้นกู้ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (BAY142B) มูลค่า 191.8 ล้านบาท

3. หุ้นกู้มีประกันของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (TLT14DA) มูลค่า 170.0 ล้านบาท

โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวมกัน 614.9 ล้านบาท หรือคิดเป็น 60.5% ของมูลค่าการซื้อขายหุ้นกู้เอกชนทั้งหมดในวันนี้

ทางด้านประเภทของนักลงทุน ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุดเป็น 2 อันดับแรกในวันนี้ คือ

1. กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) มียอดซื้อสุทธิ เท่ากับ 5,314 ล้านบาท

2. กลุ่มสถาบันการเงินที่ไม่มีใบอนุญาตเพื่อค้าตราสารหนี้ มียอดซื้อสุทธิ เท่ากับ 2,274 ล้านบาท

ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติ มียอดขายสุทธิ เท่ากับ -445 ล้านบาท

ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3 เดือน ปิดที่ 2.54% ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเมื่อวาน และผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี ปิดที่ 3.51% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 0.08%

>>ภาพรวมของตลาดในวันนี้

Yield Curve ปรับเพิ่มขึ้นในทุกช่วงอายุตราสาร โดยเฉพาะในตราสารรุ่นอายุ 3 ปีขึ้นไป ปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 4-8 bps.  โดยตลาดยังคงมีแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับการลดขนาดมาตรการ QE ในช่วงปลายปีนี้  หลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมามีแนวโน้มที่ดีขึ้น   สำหรับนักลงทุนต่างชาติ มียอดขายสุทธิ (NET SELL) เท่ากับ 445 ล้านบาท

ที่มา:อินโฟเควสท์

ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำหัวทิ่ม นักลงทุน-ผู้ค้ามองอยู่ในช่วงขาลง

ศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยผลสำรวจเป้าหมายราคาทองคำจากผู้ค้าทองคำรายใหญ่พบว่า ผู้ค้าเชื่อราคาเฉลี่ยราคาทองครึ่งปีหลังอยู่ระหว่าง 1,300-1,400 เหรียญ ต่อออนซ์ โดยมี5ประเด็นที่เชื่อว่าจะกระทบราคาทองคำได้แก่ 1. การชะลอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบหรือ QE ของสหรัฐอเมริกา 2.ทิศทางค่าเงินบาท 3.การขายของกองทุนขนาดใหญ่ 4.เศรษฐกิจเอเชียที่เริ่มชะลอตัว และ5.การเก็งกำไรในตลาด

นายกมลธัญ? พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย กล่าวว่าดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำ (Gold Price Sentiment Index) ช่วงเดือนกรกฎาคม 2556 ค่าดัชนียังสะท้อนมุมมองต่อราคาทองคำในเชิงลบ โดยค่าดัชนีอยู่ที่ 33.77 จุด เพิ่มจากเดือนก่อน 0.86 จุด หรือ 2.6% ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นในระยะสามเดือนข้างหน้ายังสะท้อนมุมมองเชิงลบโดยค่าดัชนีอยู่ที่ 44.88 จุด ลดลงจากเดือนก่อน 1.38 จุด หรือ 2.98% สะท้อนว่ายังไม่เชื่อว่าราคาทองคำจะกลับสู่ขาขึ้นได้

ปัจจัยที่จะมีผลต่อทิศทางราคาทองคำได้แก่ ค่าเงินบาท การชะลอมาตรการ QE และทิศทางของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ให้น้ำหนักค่าเงินบาทสูงสุด ที่ 48.62? %นอกจากนี้เมื่อสอบถามความต้องการซื้อทองคำพบว่า 35.70% ของกลุ่มตัวอย่าง คาดว่าจะซื้อ ขณะที่ 39.76% คาดว่าจะไม่ซื้อ และ 24.54%ไม่แน่ใจว่าจะซื้อหรือไม่ จะเห็นว่ากลุ่มตัวอย่างที่คาดว่าจะไม่ซื้อมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นที่เชื่อว่าราคายังไม่ฟื้นตัว

นายภูษิต วงศ์หล่อสายชล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย สรุปความคิดเห็นผู้ค้าทองคำ (Gold Trader Consensus) โดยเชื่อว่าราคาทองคำในตลาดโลกช่วงเดือนกรกฎาคมน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,150-1,400 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ราคาต่ำสุดน่าจะอยู่ในช่วง 1,150-1,190 ดอลลาร์ต่อออนซ์ กรอบสูงสุดน่าจะอยู่ในช่วง 1,300-1,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ราคาทองคำแท่งในประเทศ (ความบริสุทธิ์ 96.5%) จะเคลื่อนไหวระหว่าง 17,000-20,500 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ กรอบต่ำสุด 17,300-17,600 บาทต่อหนึ่งบาท และสูงสุดบริเวณ 19,300-19,600 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ โดยมีประเด็นการชะลอมาตรการ QE ของธนาคารกลางสหรัฐฯ เป็นแรงกดดันรวมถึงความผันผวนของค่าเงินบาทนอกจากนี้นักลงทุนยังต้องติดตามการขายของกองทุนขนาดใหญ่และการเก็งกำไรในตลาด

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ และประธานห้างทองจินฮั่วเฮงย้ำว่า ราคาทองคำปีนี้จะไม่ลงถึง1,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์แน่นอน เพราะต่ำกว่าต้นทุนหน้าเหมืองทองคำที่ราคาต้นทุนอยู่ประมาณ 1,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ประกอบกับขณะนี้ทองคำขาดตลาด ถ้าเป็นเหตุการณ์ปกติราคาควรปรับขึ้น แต่กลับลดลง ซึ่งมาจากการทุบราคาของกองทุนเก็งกำไร ?ขอให้นักลงทุนอย่าตกเป็นเครื่องมือของกองทุนเก็งกำไร เมื่อแรงขายชะลอลงมั่นใจว่าราคาทองมีโอกาสกลับมายืนในกรอบ 1,500-1,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ภายใน 6 เดือน

ที่มา: บ้านเมืองออนไลน์

ราคาทองคำแท่งวันนี้บาทละ 18,550.00 บาท

รายงานราคาทอง (ทองคำ 96.5%) ประจำวันที่ 04 กรกฎาคม 2556 ตามประกาศ
ของสมาคมค้าทองคำ เมื่อเวลา 10:27 น.

ซื้อ (บาท)          ขาย (บาท)

ทองคำแท่ง           18,450.00          18,550.00

ทองรูปพรรณ          18,176.84          18,950.00


ที่มา:อินโฟเควสท์